สามีสาวท้องทิพย์ ประกาศขอเลิกเมีย ยังรักอยู่แต่รับไม่ได้ ถ้าบอกตรงๆ ว่าแท้งคงไม่โกรธ

สามีสาวท้องทิพย์ ประกาศยุติความสัมพันธ์ต่อหน้าสื่อ ยังรักอยู่แต่เสียใจรับไม่ได้ที่ถูกหลอก ถ้าบอกตรงๆ ว่าแท้งคงไม่โกรธ

เวลา 18.30 น. (24 พ.ค.64) น.ส.กรกนก น้องเตย พร้อมนายเกรียงไกร อายุ 30 ปี สามี ได้มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่สำนักงานเทศบาลตำบลสวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี โดยมีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก มาเฝ้ารอทำข่าวการแถลงข่าวของทั้งคู่นานหลายชั่วโมง

โดย น.ส.กรกนก ยอมรับสารภาพว่าโกหกเรื่องการคลอดลูกแฝด กับโรงพยาบาลทำลูกหาย และได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าศพลูกหายและทางโรงพยาบาลเสนอเงินให้ 5 แสนบาท แต่ขอยืนยันว่าท้องจริง หลังตรวจด้วยเครื่องตรวจครรภ์ เมื่อเดือนตุลาคม 2563 แต่ในระหว่างนั้นยังคงมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม จนทำให้ตนเองแท้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยขณะนั้นอยู่ห้องน้ำ เห็นเป็นก้อนเลือดหลุดออกมา 2 ก้อน ตกใจรีบราดน้ำทิ้งไป เพราะกลัวแฟนหนุ่มจะเห็น และกลับมาใช้ชีวิตปกติ ทำทีเหมือนยังท้องอยู่ ทั้งการสร้างเรื่องให้แฟนไปส่งพบแพทย์ที่โรงพยาบาล การคั้นนมมาเก็บไว้ และถ่ายรูปลงโซเชียล โดยยืนยันว่าคลิปเด็กในท้องดิ้นใน Facebook Story เป็นท้องตนเองก่อนจะแท้ง

กระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม เข้ารักษาโรคปีกมดลูกและอุ้งเชิงกร้านอักเสบ ที่โรงพยาบาลบางปลาม้า จึงได้สร้างเรื่องว่ามาคลอดลูก และนำไปสู่ออกอุบายว่าลูกเป็นแฝด แต่เสียชีวิต 1 คน ทั้งหมดตนเองวางแผนและทำคนเดียว แฟนหนุ่มและครอบครัวไม่มีใครรู้เห็นด้วย กระทั่งโดนจับที่วัดสวนแตง เพราะไม่มีศพลูกที่เสียชีวิต แต่ต้องสร้างเรื่องต่อเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ทั้งการไปออกรายการทอล์คชื่อดังและการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน จนเรื่องบานปลาย

แต่ก็ต้องโกหกต่อไป เพื่อหาทางลงให้ได้ จนกระทั่งถูกแฟนหนุ่มจี้ถามอย่างหนักและหาทางไปต่อไม่ได้ จึงต้องยอมรับสารภาพ ยืนยันทำทุกอย่างเพราะกลัวแฟนหนุ่มเสียใจ และกลัวถูกทิ้ง ไม่มีเจตนาเรียกเงินจากโรงพยาบาล

ขณะที่นายเกรียงไกร เปิดใจว่าตอนที่ตนเองรู้ว่าภรรยาตั้งครรภ์รู้สึกดีใจมากเพราะที่ผ่านมาตนเองมีแฟนมาหลายคน แต่ไม่เคยท้องจนเพื่อนๆ สงสัยว่าตนอาจเป็นหมัน ตอนที่จับท้องของภรรยา ก็สัมผัสได้ว่าลูกดิ้นจริงๆ แต่หลังจากที่ภรรยา บอกว่ามีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์กันตอนที่ตั้งครรภ์ลูก 3-4 เดือน ตนเองก็ไม่กล้ามีความสัมพันธ์กับภรรยาและไม่กล้านอนใกล้ภรรยาเพราะเป็นคนนอนดิ้น ยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับสิ่งที่ภรรยาสร้างเรื่องขึ้นมา

ส่วนประวัติฝากท้องของภรรยานั้นตนเองไม่เคยเห็นแต่รู้ว่าภรรยามีสมุดสีชมพู จึงยืนยันกับสื่อมวลชนไปว่าภรรยามีสมุดฝากท้อง ส่วนพัฒนาการของลูกตนเองไม่เคยถามกับภรรยาเพราะเชื่อใจ เนื่องจากเห็นว่าภรรยาเคยมีลูกมาก่อนและมั่นใจว่าภรรยาจะดูแลลูกเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ได้รู้ว่าภรรยาสร้างเรื่องทั้งหมด และหลังจากนี้หากคดีความต่างๆ จบลงแล้ว ตนเองก็คงจะแยกทางกับภรรยาอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทางครอบครัวของตนก็รับไม่ได้เช่นกัน จึงได้ประกาศท่ามกลางการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

“ผมเสียใจ ผมหวังมาเยอะ ก็คงต้องห่างกันไป ถามว่าความรักเหลืออยู่ไหม ก็ต้องมีอยู่บ้าง ถ้าเขาบอกตรงๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่โกรธ ไม่ได้ระแคะระคายอะไรจนเกิดเรื่อง เขาอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะไปต่อยังไง ก็ตามสภาพที่เห็นเขาก็ต้องยอมรับทุกอย่างที่เขาทำ ขอโทษทุกคนที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 20 ไม่เคยรู้ว่ามาก่อนเลย ตั้งความหวังมากกับแฟนคนนี้ว่าต้องได้ลูก แม่เป็นคนใจดี แต่พอมาเจออะไรแบบนี้ แม่บอกหยุดเถอะนะกับผู้หญิงคนนี้”

ส่วนน้องเตย ยอมรับว่าถึงแฟนหนุ่มประกาศขอเลิก ก็ได้เตรียมใจเอาไว้แล้ว จากนี้ไปยอมรับชะตากรรมอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เพราะมันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

ซึ่งในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 13.30 น.ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จะส่งตัวแทนนำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิด สาวท้องทิพย์ และแฟนหนุ่ม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

You might also like